1.6 จับมือ MQDC อสังหาฯ เครือซีพี ฝ่าวิกฤติปลุกคอนโดหรูส่งท้ายปี
วันพ้อยท์ซิกซ์ ร่วมทุน อสังหาฯ แมคโนเลียฯ แห่งอาณาจักซีพี ปลุกตลาดคอนโดหรูส่งท้ายปี เร่งสร้างคอนโดเสร็จทันเป้าโอนฯ 25% ดันรายได้เพิ่ม 1,200 ล้านบาท กลยุทธ์ปั้นคอมมิวนิตี้ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ทองหล่อ
ส่งท้ายปี 2564 กับปีแห่งการเผชิญวิกฤติไวรัสโคโรโรนา 2019 (โควิด -19) หลายระลอกจนทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักในรอบหลายทศวรรษ กระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะซึมยาวต่อเนื่องมาจากปี 2563 เมื่อหลายโครงการต้องเลื่อนเปิดตัวโครงการ เลื่อนการโอนกรรมสิทธิ์

ธัญทิพ เจียรวนนท์ ประธานบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (วันพ้อยท์ซิกซ์) บริษัทร่วมทุนกับ แมคโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) เปิดเผยถึงการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมลักซัวรี่ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มไฮเอนด์ ที่มีกำลังซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นปีที่เหนื่อยหนักสำหรับตลาดอสังหาฯ เพราะลูกค้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศได้ จึงมีการเลื่อนการโอนกรรมสิทธิ์หลายรอบถือเป็นความท้าทาย
การพัฒนาโครงการล่าสุดที่เพิ่งสร้างเสร็จในปีนี้ “เดอะ สแตรนด์ ทองหล่อ” (The Strand ) จำนวน 188 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท เป็นโครงการแรกภายใต้การบริหารงานของ วันพ้อยท์ซิกซ์ ฯ แม้จะได้รับผลกระทบจากโควิด -19 ต้องเลื่อนการก่อสร้างถึง 2 เดือน แต่สามารถทำเวลาก่อสร้างได้เสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้ เพื่อที่จะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์
ในสิ้นปีนี้ สามารถปิดยอดโอนทั้งสิ้น 25% หรือมีมูลค่ารับรู้รายได้ 1,200 ล้านบาท มียอดขายทั้งสิ้น 60 % แบ่งเป็นนักลงทุน 30% และ 70% เป็นผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย คาดว่าในปีหน้า 2565 จะเพิ่มยอดขายในสิ้นปีเป็น 70%
“ในช่วงวิกฤติมักมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ได้เปิดตัว”เดอะสแตรนด์”
ล่าสุด หลังจากหยุดก่อสร้าง 2 เดือน จนกระทั่งสร้างเสร็จตามแผน และทำให้ลูกค้ากลับมาโอนฯ ได้ตามเวลาที่วางไว้ 25% เป็นสิ่งสำคัญ”ในย่านทองหล่อถือเป็นทำเลที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง ส่วนใหญ่มุ่งเน้นโครงการลักซัวรี่ ปัจจุบันราคาคอนโดเฉลี่ยอยู่ที่ 4 แสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม. ) ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่เริ่มเปิดตัวโครงการในช่วงปี 2561 หรือ 3 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 3.5แสนบาท ต่อตร.ม. สิ่งที่สแตรนด์ มั่นใจในความแตกต่างที่ดึงดูดลูกค้า คือ รูปแบบแนวคิด “Essentially More” สร้างประสบการณ์และไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ออกบบในสไตล์ มินิมอล ลักซัวรี่ เรียบหรู ใช้วัสดุที่คงทน (Timeless) เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานในคอนโดให้สามารถอยู่ได้จริง เช่น มีพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง ที่ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบัน ทั้งการออกกกำลังกาย และเวิร์ค ฟอร์ม โฮม รวมถึงการตกแต่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นรายแรกที่มีการติดตั้งเครื่องย่อยเศษอาหารแห่งแรกในไทยเพื่อบริการร้านอาหารและลูกบ้าน
ตลอดจนทำเลที่ตั้งคอนโดโดดเด่น เพราะติดรถไฟฟ้า 30 เมตรเป็นโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งมีพันธมิตรบริการในพื้นที่พาณิชย์ 4 ราย ประกอบด้วย D’ARK/Boundary/Dream Loft/Marchwood จึงถือเป็นคอมมิวนิตี้ไลฟ์สไตล์ ที่บริการคนในพื้นที่ และลูกบ้านในคอนโดในส่วนของกลยุทธ์การขายนั้นมุ่งเน้นการเจาะฐานลูกค้าที่ชื่นชอบความหรูหรา เน้นความสะดวกสบาย มีไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบพื้นที่อยู่อาศัยที่มีการใช้ประโยชน์พื้นที่สูงสุด โดยจะสร้างพื้นที่ให้เป็นศูนย์รวมคนในชุมชนทองหล่อ หรือ คอมมิวนิตี้ ไลฟ์สต์ในย่านทองหล่อ ที่เป็นจุดนัดพบ กิน เที่ยว สังสรรค์ ปาร์ตี้
ด้าน ภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย วิเคราะห์ศักยภาพทำเลย่านทองหล่อ ยังคงมีความน่าสนใจ มีเสน่ห์ในการพัฒนาโครงการ แม้ปี 2654 เผชิญกับโควิด -19 ยังมีโครงการเปิดตัวถึง 694 ยูนิต ซึ่งยังมีที่ดินที่รอการพัฒนาอีกหลายราย คาดว่าจะเริ่มเปิดตัวมากขึ้นในปี 2565 อีก 1,052 ยูนิต โดยภาพรวมโครงการคอนโดในย่านทองหล่อ อยู่ระหว่างการขายมีทั้งงสิ้น 20 โครงการ หรือ ประมาณ 5,079 ยูนิต
โดยในปี 2561 มีคอนโดเปิดขายใหม่มากที่สุด จำนวนทั้งสิ้น 3,286 ยูนิตเนื่องจากปัจจุบันย่านทองหล่อ ราคาที่ดินมีการปรับตัวค่อนข้างสูงมากกว่า 10% ต่อปี นักพัฒนาอสังหาฯบางรายทุ่มทุนซื้อที่ดินติดถนนใหญ่ มาพัฒนาโครงการคอนโดตึกสูง บางโครงการจึงมีราคาที่ดินสูงถึง 2.8 ล้านบาทต่อตารางวา (ตร.ว.) ทำให้คอนโดในย่านทองหล่อเป็นราคาระดับบนที่สูงเกินกว่า 200,000 บาทต่อตร.ม.