208527

เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กบง. จึงมีมติตรึงราคา LPG ต่ออีก 1 เดือน จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 66 พร้อมลดค่าไฟกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยตั้งแต่ 67.04 - 92.04 สตางค์ต่อหน่วย ในงวดมกราคม -เมษายน 66

101

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น LPG ที่ 19.9833 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ 408 บาทต่อถัง 15 กก. ต่อไปอีก 1 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่1 -28 กุมภาพันธ์ 2566 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน 

หลังจากนั้นจะปรับราคาขายปลีก LPG เพิ่มอีก 15 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม จาก 408 บาท เป็น 423 บาทต่อถัง 15 กก. มีผลตั้งแต่ 1 -31 มีนาคมนี้เนื่องจากกระทรวงพลังงาน ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG อย่างใกล้ชิด พบว่าราคา LPG ตลาดโลกในปัจจุบันยังคงผันผวน โดย ณ วันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาราคา LPG นำเข้าอยู่ที่ 698 ดอลลารฯต่อตัน เทียบเป็นราคาขายปลีกก๊าซ LPG อยู่ที่ 450 บาทต่อถัง 15 กก. ในขณะที่ราคาขายปลีก LPG ในประเทศ อยู่ที่ 408 บาทต่อถัง 15 กก. ส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 813 ล้านบาทต่อเดือน และฐานะกองทุนบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 44,794 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าใกล้กรอบวงเงินกองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG ที่ให้ติดลบได้ไม่เกิน 48,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กบง. มอบหมายให้ สนพ. ประสานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาบริหารจัดการเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องกับแนวทางการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซ LPG ต่อไป

นอกจากนี้ กบง. ยังได้พิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าประจำเดือน ม.ค. – เม.ย. 66 ซึ่งมีค่า Ft เรียกเก็บที่ 93.43 สตางค์ต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

โดยมีรายละเอียดดังนี้ จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ 1-150 หน่วย ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์ต่อหน่วย และจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ 151-300 หน่วย ส่วนลดค่าไฟฟ้า 67.04 สตางค์ต่อหน่วยคาดว่าจะมีผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 19.66 ล้านราย และคาดว่าจะใช้วงเงินช่วยเหลือประมาณ 7,500 ล้านบาท