ชี้เป้าส่งออก "อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง" เจาะตลาดฟิลิปปินส์
โพสต์เมื่อ : 20 ม.ค 2566 เวลา 9:20 น.
กระทรวงพาณิชย์ ชี้เป้าส่งออก "อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง" ในตลาดฟิลิปปินส์ แนะจับตลาดแมส แต่ต้องไม่ทิ้งตลาดกลาง-บน หลังชาวฟิลิปปินส์นิยมเลี้ยงสัตว์ ทำให้มีความต้องการสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้น ส่วนช่องทางขาย มุ่งซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสัตว์เลี้ยง ออนไลน์ และเข้าร่วมงานแฟร์ เพื่อหาคู่ค้าต่อเนื่อง

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เผยว่า ได้รับข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ถึงโอกาสในการขยายตลาดสินค้าอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการที่ชาวฟิลิปปินส์หันมาเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น
โดยทูตพาณิชย์ รายงานว่า ชาวฟิลิปปินส์นิยมเลี้ยงสุนัขมากที่สุด รองลงมา คือ แมว นก ปลาทอง ปลาเขตร้อน กระต่าย หนูแฮมสเตอร์ สัตว์เลื้อยคลาย แมลงต่างๆ และสัตว์อื่นๆ และฟิลิปปินส์ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสุนัขของเอเชียตะวันออก มีสุนัขมากเป็นลำดับ 5 ของโลก ประมาณ 20.3 ล้านตัว มีอัตราส่วนการเลี้ยง 1.6 ตัวต่อ 1 ครัวเรือน หรือ 64% ของครัวเรือนมีการเลี้ยงสุนัข ทำให้มีความต้องการอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้น
“จากปัจจัยบวกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่ค่อนข้างสูง แนวโน้มการมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ข้อได้เปรียบในด้านสิทธิประโยชน์ทางการค้าทำให้ฟิลิปปินส์เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงของไทย”นายภูสิตกล่าว
ส่วนการขยายตลาดอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงเข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์ ผู้ประกอบการไทยควรรักษาจุดแข็งในเรื่องมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสินค้า ควรมีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ได้อย่างหลากหลาย และควรกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาอย่างเหมาะสม สามารถจับต้องได้ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ของประเทศ แต่ก็ควรพิจารณาเจาะตลาดในระดับกลาง-บน มากขึ้น เนื่องจากสินค้าระดับพรีเมียม เริ่มได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีการแข่งขันด้านราคาน้อยกว่า

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยอาจร่วมกับคู่ค้าในฟิลิปปินส์ ใช้กลยุทธ์การทำการตลาดแบบผูกปิ่นโต หรือ Subscription.box เพื่อดึงดูดผู้บริโภคและกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น โดยจุดขายหลักที่ควรพิจารณา ได้แก่ ความคุ้มค่าของราคา คุณค่าทางโภชนาการ และสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ
สำหรับช่องทางที่เป็นที่นิยมในการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า ได้แก่ ซุปเปอร์มาร์เก็ต และร้านที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ รวมถึงช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ ควรเข้าร่วมงานแสดงสินค้าสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น งาน Pet.Summit Philippines งาน Philippine Pet Expo เป็นต้น หรืองานแสดงสินค้า Thailand Week จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงมะนิลา กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนการขอคำแนะนำ คำปรึกษา และรายชื่อผู้นำเข้าในฟิลิปปินส์ จาก สคต. ณ กรุงมะนิลา เป็นต้น
