ทายาทเนสกาแฟควงพันธมิตรอสังหาฯ รับเศรษกิจฟื้นเปิด 2 โครงการบ้านหรู
โพสต์เมื่อ : 9 ก.พ 2566 เวลา 10:5 น.

ทายาทเนสกาแฟ เปิดแผนลุยอสังหาปี 66 รับแรงบวกจากเศรษฐกิจฟื้น และนักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคัก จึงมีเม็ดเงินจากต่างชิตไหลลงทุนในไทยต่อเนื่อง จับมือพันธมิตรญี่ปุ่น KRD พัฒนา 2 โครงการตอบโจทย์ Luxuryรวมมูลค่า 3,900 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 2,900 ล้านบาท
นางสาวอุษณา มหากิจศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะเนสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (The Nest Property) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2566 ว่า มีแนวโน้มทิศทางดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพราะมีแรงหนุนจากปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศที่ยังไหลมาลงทุนในไทยผ่านตลาดทุนและการลงทุนในกลุ่มเรียลเซ็กเตอร์ต่างๆ ประกอบกับจีนมีนโยบายเปิดประเทศ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักมากขึ้นอีกครั้ง ทั้งหมดถือว่าส่งผลดีต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจของประเทศ
“เราทำธุรกิจต้องมองทั้งมุมบวกและมุมลบเพื่อประกอบในการกำหนดนโยบายและปีนี้เรายังคงเชื่อมั่นและร่วมลงทุนกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น จึงทำให้ยอดขายอสังหาฯ มีตัวเลขสูงขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะความต้องการ (Demand) ซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบของผู้บริโภคในประเทศเองก็แข็งแกร่ง ดูได้จากยอดขายบ้านแนวราบของบริษัทฯ ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคภายในประเทศ ขณะเดียวกันยอดขายของผู้ประกอบกาอสังหาฯรายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นในช่วงปี 2565 ทีผ่านมา ที่มุ่งเน้นเปิดตัวโครงการแนวราบ”

ส่วนนโยบายการดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปี 2566 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเจาะตลาดระดับไฮเอนด์ หรือกลุ่มบ้าน Luxury ตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคนี้ ต้องการที่อยู่อาศัยพร้อมกันกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ
“ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในการพัฒนาของบริษัทฯ ได้ขยายฐานมาตั้งแต่ปี 2565 ด้วยการเปิดบ้านแนวราบในกลุ่มบ้าน Luxury โซนตะวันออก ซึ่งเป็นโซนที่มีการเติบโตทางการตลาด และมีสิ่งอำนวยความสะดวกเข้าไปในพื้นที่อย่างชัดเจน”
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น คือบริษัท คันเดน เรียลตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (Kanden Realty
Development :KRD) โดยปีนี้จะมีโครงการเปิดใหม่อีก 2 โครงการรวมมูลค่า 3,900 ล้านบาท และหากรวมกับโครงการ AERIE ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา โครงการนำร่องที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปี 2565 จะมีโครงการมูลค่ารวมสูงถึง 6,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีกระแสตอบรับที่ดีมากสำหรับกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 30-40 ปี ที่ต้องการขยายครอบครัว พร้อมกับต้องการบ้านที่มีฟังก์ชันหลากหลายปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้
ชีวิตอยู่อาศัย


นอกจากนี้ยังมี 2 โครงการใหม่เตรียมเปิดในปีนี้ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวอยู่โซนศรีนครินทร์และกรุงเทพกรีฑา พัฒนาภายใต้ชื่อ “เอเวียน ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา” (AVIAN Srinakarin-Krungthepkreetha) เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นตั้งอยู่บนเนื้อที่
42-0-54 ไร่ จำนวน 166 ยูนิต แต่ละยูนิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ตั้งแต่ 50.37- 111.7 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 230-290 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 12.9 ล้านบาท* จะเปิดตัวในเดือนสิงหาคม 2566 มีมูลค่าโครงการประมาณ 2,700 ล้านบาท
ส่วนโครงการที่ 2 พัฒนาภายใต้ชื่อ “แอร์รี่ ศรีนครินทร์-สวนหลวง” (AERIE Srinakarin–Suan Luang) พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวหรู 3 ชั้น ตั้งอยู่บนเนื้อที่ดิน 9-2-25 ไร่ จำนวน 43 ยูนิต แต่ละยูนิตตั้งอยู่บนเนื้อที่ตั้งแต่ 52.8-74.22 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย
313-370 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้น 22.9 ล้านบาท* จะเปิดตัวในไตรมาส 4 มูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านบาท

“ตลาดกลุ่มบ้าน Luxury ที่มีระดับราคาช่วง 20-40 ล้านบาท จากการสำรวจตลาดของทีม Research ข้อมูลพบว่ายังมีซัพพลายเหลืออยู่ในตลาดไม่มาก
ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นถึงโอกาสของการพัฒนาบ้านกลุ่มนี้พร้อมออกแบบบ้านสำหรับทุกคนในครอบครัว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค อาทิ พื้นที่จอดรถสามารถรองรับได้ถึง 3-5 คัน มี Foyer ต้อนรับ
พร้อมพื้นที่จัดเก็บรองเท้าแบ่งเป็นสัดส่วน เป็นต้น”
นางสาวอุษณา กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาโครงการเพื่อสร้างความประทับใจ จึงมุ่งเน้นด้านคุณภาพ ฟังก์ชัน โดยเฉพาะการมีพาร์ทเนอร์ร่วมทุนจาก KRD ซึ่งมีความเป็นมืออาชีพด้านอสังหาฯ ที่พร้อมจะเพิ่มเงินลงทุนด้านการจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่เพื่อพัฒนาโคงรการต่อเนื่อง
ด้านนายเคนอิจิ ฟูจิโนะ ประธานกรรมการ บริษัท คันเดน เรียลตี้ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ KRD กล่าวว่า แม้ว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะเผชิญกับความท้าทายบางประการ เช่น ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นจากราคาเหล็กที่พุ่งสูงขึ้น แต่เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางสำหรับชาวจีนจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและเป็นส่งผลบวกต่อตลาดอสังหาฯ
เป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ที่ผ่านมาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม 125Sathorn ที่ประสบความสำเร็จจนเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงโครงการ AERIE ที่อยู่ริมถนนกรุงเทพกรีฑายังได้รับความนิยมและมียอดจองจำนวนมาก ทำให้บริษัท คันเดน เรียลตี้ฯ พร้อมที่จะขยายการร่วมทุนกับพันธมิตรอย่าง The Nest Property ภายใต้ 2 แบรนด์ คือ AERIE และAVIAN
ที่เปิดตัวจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคคนไทย

นอกจากนี้บริษัท KRD เป็นกลุ่มบริษัทพลังงานแบบครบวงจรรายใหญ่ในญี่ปุ่น ที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหลัก รวมถึงมีการดึงผู้ผู้ผลิตจากญี่ปุ่น บริษัท ALSOK ให้บริการรักษาความปลอดภัยจากญี่ปุ่นมาให้บริการในไทยคู่กันกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย
