ทูตพาณิชย์ฮ่องกง ชี้คนฮ่องกงใส่ใจสุขภาพ หนุนส่งออกไทยฟื้นตัว
โพสต์เมื่อ : 25 ส.ค 2566 เวลา 8:19 น.
ทูตพาณิชย์ฮ่องกง ชี้เศรษฐกิจฮ่องกงฟื้นตัว และกระแสคนรักสุขภาพมากขึ้น หนุนโอกาสการส่งออกไทยเติบโต เตรียมเดินหน้ากิจกรรมกระตุ้นตลาด ตั้งเป้าปี 66 ส่งออกเติบโต 1-2%

นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง เปิดเผยว่า เป้าหมายการส่งออกไทยไปในตลาดฮ่องกงปี 2566 อยู่ที่ 1-2% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 350,000 ล้านบาท โดยจะเร่งกิจกรรมส่งออกให้การส่งออกโตได้ตามเป้าหมาย โดยปัจจัยบวกของการส่งออกมาจากเศรษฐกิจฮ่องกงเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นตัวหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นตั้งแต่ที่ฮ่องกงเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการจากโควิด และเปิดประเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา ส่งผลให้ 7 เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 16 ล้านคน นักท่องเที่ยวทั้งปีที่ 26 ล้านคน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจฮ่องกงในปี 66 ขยายตัวอยู่ที่ 4-5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5-5.5% ขณะเดียวกันรัฐบาลฮ่องกงมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลากหลาย อาทิ Consumption Voucher จำนวน 5,000 เหรียญฮ่องกง หรือ ประมาณคนละ 22,500 บาท เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายภายในฮ่องกง โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถกระตุ้น GDP ได้ 0.6% รวมทั้งมาตรการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก - กลาง ผ่านสินเชื่อและมาตรการสนับสนุนการซื้อบ้านให้แก่ชาวฮ่องกง เพื่อกระตุ้นภาอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งรัฐบาลฮ่องกง ยังดำเนินอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ GBA (Greater Bay Area) โดยรัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางด้านการเงิน (Financial Center) ด้วย

ทั้งนี้ เทรนด์ของสินค้าและพฤติกรรมการผู้บริโภคของคนในฮ่องกงมีการเปลี่ยนไป เริ่มให้ความสำคัญด้านสุขภาพมากขึ้นหลังโควิด ดังนั้น จึงเป็นโอกาสในการส่งออกสินค้าไทยในตลาดฮ่องกงในปี 66 นี้ โดยเฉพาะในกลุ่มโปรตีนจากพืช อาหารเพื่ออนาคต (ฟิวเจอร์ฟู้ด) สินค้าออแกนิสก์ จะเป็นโอกาสของการส่งออกสินค้าไทยไปฮ่องกง
"ตลาดฮ่องกงยังเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งตลาดข้าวไทยในฮ่องกง แนวโน้มการส่งออกค่อยๆ ดีขึ้น โดยข้าวหอมมะลิไทยยังเป็นสินค้าอันดับ 1 ในตลาดฮ่องกง แต่ก็ยอมรับว่าพฤติกรรมการบริโภคข้าวมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ความต้องการบริโภคข้าวลดลง คนฮ่องกงหันไปรับประมานธัญพืชอื่น เพราะกังวลเรื่องของสุขภาพ ดังนั้น มองว่า การทำตลาดข้าวอาจจะผลักดันตลาดข้าวเพื่อสุขภาพมากขึ้น เช่น ข้าวสี ข้าวออแกนิกส์ ข้าว กข43 ข้าวไรซ์เบอรี่ ที่มีน้ำตาลน้อย เพื่อเข้ามาทดแทน ส่วนผลกระทบจากการปรับราคาข้าวของไทย ไม่ได้กระทบมากนัก และผู้ค้ามีการเจรจาสั่งออร์เดอร์ ไว้ล่วงหน้ากันไปแล้ว"
