ส.ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจผนึก ม.หอการค้าฯ ประชันนโยบายเศรษฐกิจ8พรรคหนุนปลดล็อค3ปมเรื้อรัง
โพสต์เมื่อ : 3 พ.ค 2566 เวลา 15:38 น.
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ผนึกม.หอการค้าไทย จัดเวทีโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ประชันนโยบายเศรษฐกิจจาก 8 พรรคใหญ่ "นโยบายเศรษฐกิจ" ตอบโจทย์โพลหอการค้าไทย ปลดล็อกปัญหา ทั้งแหล่งเงิน ขีดแข่งขัน เหลื่อมล้ำ และคอร์รัปชั่น
สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย(UTCC) ได้จัดงาน“โค้งสุดท้าย เลือกตั้ง ปี 66 ดีเบต...นโยบายเศรษฐกิจ กับ 8 พรรคการเมือง” จากที่เชิญ 9 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นพรรคที่ไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วม จึงเหลือเพียง 8 พรรคมาประชันแนวคิดและนโยบาย
รูปแบบการดีเบต ถูกแบ่งคำถามเป็น 3 รอบ ประกอบด้วยรอบที่ 1 ตอบประเด็นคำถามจากโพล , ดีเบต
รอบที่ 2 ตอบประเด็นคำถามจากสังคม และดีเบตรอบที่ 3 สรุปภาพรวมนโยบายพรรคทางด้านเศรษฐกิจ และการจัดลำดับความสำคัญในการนำนโยบายมาปฏิบัติ หากได้จัดตั้งรัฐบาลในอนาคต จะมีแผนการหาเงิน สร้างขีดความสามารถ ลดเหลื่อมล้ำ และขจัดคอร์รัปชั่นได้อย่างไร

เปิดประเด็นประชันแนวคิดพรรคการเมือง เริ่มต้นที่ 5 คำถามจากประชาชนถึงพรรคการเมือง มาจากทาง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ทำการสำรวจความคิดเห็น(Poll) ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 เรื่อง “ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง” จากผู้ทำแบบสอบถาม 2,000 ตัวอย่างทั้งประเทศ พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญต่อนโยบาย 3 เรื่องหลัก คือ ลดค่าครองชีพ-เพิ่มสวัสดิการ-เพิ่มค่าแรง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การสำรวจประชาชนได้ตั้งคำถามนักการเมือง 5 คำถาม คือ
1.นโยบายที่พรรคต่างๆนำเสนอจะเอาเงินมาจากไหนจะกู้หรือนำมาจากภาษีประชาชนหรือเงินนอกงบประมาณ 2.นโยบายที่วางไว้จะดำเนินการเมื่อไรทำทันทีหรือมีกรอบระยะเวลาอย่างไร 3.เมื่อดำเนินนโยบายแล้วจะเกิดประโยชน์กับประเทศและประชาชนอย่างไร 4.นโยบายต่างๆจะมีผลต่อหนี้สาธารณะของประเทศมากน้อยเพียงใด
5 . จะมีการรายงานผลของนโยบายต่อประชาชนเป็นระยะๆหรือไม่
ชาติพัฒนากล้าชูหาโอกาสเพิ่มรายได้แทนประชานิยม
นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้า พรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า สิ่งที่พรรคเน้นคือโอกาสนิยม ไม่ใช่ประชานิยม คือมุ่งเน้นการสร้างโอกาสหารายได้ แทนการใช้เงินจากประชานิยม ที่มีความเสี่ยงมากที่นำเงินรัฐมาใช้ในช่วงที่ภาระหนี้ครัวเรือนสูง ภาระหนี้สาธารณะสูง โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจมีหลายวิธี เช่น การลดการผูกขาดธุรกิจ แก้ปัญหาโครงสร้างประเทศ รื้อโครงสร้างพลังงาน สนับสนุนเอสเอ็มอี แก้ไขเรื่องติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร และไปสู่ปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งจะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำก่อน และให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีสร้างเศรษฐกิจ เช่น ทำแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการค้า ขายออนไลน์สร้างมูลค่าเพิ่ม และภาครัฐต้องสนับสนุนเอกชนด้านนโยบาย ภาษี ประเทศไทยถึงมีอนาคต “คำจำกัดความของพรรค งานดี มีเงิน ของไม่แพง จะมุ่งเน้นหารายได้ มีนโยบายเศรษฐกิจเฉดสี เพราะหากไม่มีเงินไม่มีรายได้ใหม่ๆเข้ามาประเทศ จะไม่มีสวัสดิการต่างๆให้ประชาชน จึงต้องหารายได้ แต่ต้องปรับรายได้ และให้เข้าถึงเงินทุน รวมทั้งแก้ปัญหาต่างๆ เหมือนกับการแก้ปัญหาพีเอ็ม2.5 ที่มีพันธบัตรป่าไม้ หรือการเปลี่ยนชาวไร่เปลี่ยนเป็นไม้ยืนต้น อยากให้เกษตรกรรายได้ดีขึ้น”
เพื่อไทย เพิ่มรายได้จากหาตลาดส่งออก ลดค่าครองชีพ แก้เหลื่อมล้ำ
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไทยพึ่งพารายได้จากการส่งออก58% แต่มีปัจจัยภายนอกหลายปัจตัยที่มากระทบการส่งออก ไทยจำเป็นต้องพัฒนาสินค้า เพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งออก
