เด็ดจริง! "ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา" หลังได้ขึ้นทะเบียน GI ตัวล่าสุดของจังหวัดยะลา
โพสต์เมื่อ : 9 ก.พ 2566 เวลา 8:1 น.
กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบงชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” ของดีจังหวัดยะลา หนุนสร้างรายได้ชุมชน ส่งเสริมเกษตรกรไทยเข้มแข็ง หลังสร้างรายได้ปีละกว่า 2,800 ล้านบาท

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศให้ “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตัวใหม่ของจังหวัดยะลาเนื่องจากมีรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 190 บาท สร้างรายได้ให้คนยะลามากถึง 2,800 ล้านบาทต่อปี
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การขึ้นทะเบียน GI ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา จะช่วยกระตุ้นการส่งออกผลไม้ไทยสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในตลาดจีนเเละมาเลเซีย สอดรับนโยบายสร้างความเข้มเเข็งเศรษฐกิจชุมชนไทย กระจายรายได้สู่เกษตรกรรายย่อย
โดยทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่โดดเด่น หวานมัน เนื้อเเห้ง ละเอียด เส้นใยน้อย มีกลิ่นเฉพาะตัวและเนื้อมีสีเหลืองอ่อนหรือเข้มตามแต่ละสายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ก้านยาว พันธุ์ชะนี พันธุ์พวงมณี พันธุ์มูซังคิง และพันธุ์หนามดำหรือโอฉี่ ปลูกได้ตลอดทั้งปี บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งเเต่ 100 เมตรขึ้นไป ตามไหล่เขา สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนของทุกปี

ประกอบกับ ความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาคุณภาพสินค้าเเละบรรจุภัณฑ์ ทำให้ “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” เป็นอีกหนึ่งแหล่งรายได้สำคัญของจังหวัด ถัดจาก “กล้วยหินบันนังสตา” ที่ได้ขึ้นทะเบียน GI ไปก่อนหน้านี้

นายสินิตย์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียน GI ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่สายตาชาวโลก สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างงานและรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
