เตรียมชิม "ลิ้นจี่ค่อม" ของดี หาทานยากเมืองสมุทรสงคราม หลังอากาศหนาวเย็น
โพสต์เมื่อ : 27 ม.ค 2566 เวลา 12:26 น.
เตรียมชิม "ลิ้นจี่ค่อม" ของดีเมืองสมุทรสงคราม หลังอากาศหนาวเย็น เกษตรแนะชาวสวนเน้นดูแลผลิตช่วงแทงช่อดอก หลังประสานกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งช่วยผสมเกสร คาดผลผลิตจะออกสู่ตลาดเดือนเมษายนนี้

สภาพอากาศที่หนาวเย็นต่ำกว่า 20 องศาฯ ต่อเนื่องกันในช่วงเดือนธันวาคม 2565 จนถึง 20 มกราคม 2566 ทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรหลายชนิดติดดอกออกผลดี โดยเฉพาะต้นลิ้นจี่ค่อมของดีเมืองสมุทรสาคร ที่มีการแทงช่อดอกในหลายพื้นที่
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้สำรวจสถานการณ์การออกดอกของลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม ในปี 2566 พบว่า ลิ้นจี่ออกดอกประมาณ 90% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด หรือประมาณ 4,644 ไร่ และคาดว่า "ดอกลิ้นจี่" จะเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หากเกิดฝนตกหรือหมอกลงจัดในช่วงดอกลิ้นจี่บาน ก็อาจทำให้ปริมาณผลผลิตลดลง
ดังนั้น เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการติดผลของลิ้นจี่ สำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม จึงได้ประสานงานกับกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งจากจังหวัดต่างๆ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ฯลฯ ให้นำผึ้งเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่สวนลิ้นจี่เพื่อช่วยผสมเกสร โดยกลุ่มผู้เลี้ยงผึ้งได้เริ่มวางรังผึ้งไปแล้วในหลายพื้นที่ เช่น ตำบลแควอ้อม ตำบลสวนหลวง ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวาและตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที เป็นต้น


พร้อมทั้งมีคำแนะนำเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ในการดูแลผลผลิตในช่วงระยะออกดอก ดังนี้
1) เมื่อเริ่มเห็นตาดอกถึงก่อนดอกบาน 7 วัน ให้ฉีดพ่นสารป้องกันกำจัดไรกำมะหยี่และแมลงศัตรูพืช ผสมฮอร์โมนจิบเบอร์ลาริน อัตรา 2 - 3 หยด/น้ำ 20 ลิตร (1 ปี๊บ) ผสมธาตุอาหารเสริมแคลเซียม – โบร่อน (ตามคำแนะนำ) เพื่อช่วยให้แทงช่อดอกได้เร็วขึ้น และช่วยให้เกสรสมบรูณ์ขึ้น จำนวน 1 – 2 ครั้ง
2) ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบ สูตร 10-52-17 อัตรา 100 กรัม/น้ำ 20 ลิตร (ช่วยบำรุงดอก) ออกดอก 50% เริ่มรดน้ำจากปริมาณน้อยไปมาก หยุดให้น้ำช่วงดอกบาน ส่วนการดูแลลิ้นจี่หลังดอกบาน ออกดอก 50% เริ่มรดน้ำจากปริมาณน้อยไปมาก หยุดให้น้ำช่วงดอกบาน ช่วงดอกบาน ห้ามฉีดพ่นสารเคมี
3) หลังดอกโรยให้เริ่มรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยรดจากปลายทรงพุ่มลิ้นจี่ ปริมาณน้ำจากน้อยไปหามาก
4) หลังดอกโรยขนาดผลเท่าเม็ดถั่วเขียว ให้สำรวจแมลงศัตรูพืช ถ้าพบให้ฉีดพ่น (ล้างช่อดอก) ด้วยสาร ป้องกันกำจัดแมลง(หนอน) เช่น บิวเวอร์เรีย และ สารกำจัดเชื้อรา
5) ขนาดผลเท่าเม็ดถั่วเขียว ใส่ปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 20-50 กก./ต้น และใส่ปุ๋ยทางดินสูตร 25-7-7 หรือสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 อัตรา 1-3 กก./ต้น (ปุ๋ยเคมีแนะนำให้แบ่งใส่ 2-3 ครั้งห่างกัน 7-10 วัน)
6) เพื่อให้ผลขนาดใหญ่ควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 30-20-10 ผสมคลิเลทที่มีแคลเซียม -โบร่อน และ ผสมฮอร์โมน NAA (ช่วยให้ขั้วเหนียว) 3 หยด/น้ำ 20 ลิตร (1 ปี๊บ)
7) รดน้ำสม่ำเสมอ ควรคลุมโคนลิ้นจี่ด้วยใบไม้แห้งหรือวัชพืช เพื่อรักษาความชื้นในดิน
8) หมั่นสำรวจแมลงศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหนอนเจาะขั้วลิ้นจี่ ถ้าพบให้ป้องกันกำจัด เช่น ใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย หรือใช้สารเคมีในอัตราที่แนะนำ
9) ช่วงก่อนเข้าสี ควรฉีดพ่นสารป้องกันหนอนเจาะขั้ว (ช่วงการระบาดของหนอนเจาะขั้ว)
10) เพื่อเพิ่มคุณภาพ (ความหวาน) ควรใส่ปุ๋ยสูตร13-13-21 อัตรา 1-3 กก.ต่อต้น และควรฉีดพ่นปุ๋ยทางใบสูตร 10-20-30 ผสมคลิเลทที่มีแคลเซียม-โบร่อน
11) ห่อผล เมื่อลิ้นจี่เข้าสีเต็มที่ ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 20 วัน
12) เก็บเกี่ยวลิ้นจี่ เมื่อลิ้นจี่อายุ 110 วัน หลังแทงช่อดอก และลิ้นจี่มีร่องชาติเต็ม

