thumbnailphoto1

“พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค” ฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิดเติบโตทุกมิติ รายได้ ยอดขาย และกระจายพอร์ต เผยปัจจัยส่งธุรกิจโต ดีมานด์แนวราบโต เก็บรายได้จากโครงการร่วมทุน และ ธุรกิจโรงแรมฟื้น สบช่องปี 66 เร่งพัฒนาโครงการ 14 โครงการ มูลค่า 1.7หมื่นล้านบาท เน้นจับตลาดกลาง และลักซ์ซัวรี่ จุดแข็งของธุรกิจที่เป็นท็อป5ตลาดบ้านระดับบน เผยกลับมาเปิดตัวคอนโดครั้งแรกในรอบ 4 ปี 


thumbnailphoto5


รายได้โต ปี 2566 ตั้งเป้ารายได้รวมทั้งกลุ่ม 22,000 ล้าน ขยายตัวใน 3 ด้านหลัก จากโครงการแนวราบ โครงการร่วมทุน และธุรกิจโรงแรม ด้านเป้าขายของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ตั้งไว้ที่ 16,500 ล้าน เปิด 14 โครงการใหม่ มูลค่า 17,700 ล้าน เพิ่มกลุ่มบ้านระดับกลางที่มีกำลังซื้อหนาแน่น และเพิ่มสัดส่วนยอดขายบ้านลักซ์ชัวรี่ เป็น 1 ใน 5 ของผู้นำตลาดบ้านระดับบน พร้อมเปิดคอนโดโครงการใหม่ในรอบ 4 ปี 

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) แถลงถึง     ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2566 ว่า กลุ่มบริษัทมุ่งสร้างการเติบโตในทุกมิติ ทั้งด้านรายได้ การเพิ่มยอดขาย การพัฒนาสินค้าใหม่ รวมถึงการกระจายธุรกิจหลากหลาย โดยปีนี้ประมาณการรายได้รวมของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 22,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ของพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค 16,000 ล้านบาท และ แกรนด์ แอสเสทฯ 6,000 ล้านบาท โดยแยกเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 9,600 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาท โครงการร่วมทุน 6,400 ล้านบาท และ ธุรกิจโรงแรม 3,000 ล้านบาท 

ปัจจัยที่ทำให้ปีนี้กลับมาขยายตัว มี 3 ส่วนสำคัญเป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจ ประกอบด้วย การขยายตัวจากโครงการแนวราบ  ถือเป็นจุดแข็งของบริษัท และจะรุกเปิดโครงการใหม่แนวราบเพิ่มเติม ส่งผลให้ยอดขายจากโครงการแนวราบเป็นสัดส่วนหลัก คือ  74% ของยอดขายรวม และยังมี การขยายตัวจากโครงการร่วมทุนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งถือเป็นปีแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้จากการลงทุนในโครงการร่วมทุน ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยรายได้จากโครงการร่วมทุนคิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้รวม ผลจากยอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง คาดว่ายอดขายโครงการร่วมทุนเติบโตต่อเนื่องในปีนี้เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับปีก่อน และที่สำคัญคือ ธุรกิจโรงแรม ของกลุ่มบริษัทเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน จึงคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพ ที่มีรายได้กลับไปเท่ากับปี 2562 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดวิกฤต คาดว่าจะมีอัตราเข้าพักรวมกันเฉลี่ย(Occupancy Rate-OR)  ทั้งปีอยู่ที่ 72%  ซึ่งบริษัทได้มีการกระจายความเสี่ยงในการพัฒนารายได้ของธุรกิจ ผ่านการลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2567 

thumbnailphoto3

ทางด้าน นายวสันต์ ศรีรัตนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้  เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงแผนธุรกิจในปี 2566 ว่า บริษัทวางเป้าขายไว้ที่ 16,500 ล้านบาท โดยแบ่งยอดขาย จากโครงการแนวราบ 9,700 ล้านบาท โครงการคอนโดมิเนียมทั้งในประเทศและประเทศญี่ปุ่น 2,400 ล้านบาท และโครงการร่วมทุนอีก 4,400 ล้านบาท 

โดยวางแผนการเปิดตัวที่พักอาศัยใหม่จำนวน 14 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 17,700 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 9 โครงการ  มูลค่า 11,730 ล้านบาท ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ 3 โครงการ  มูลค่า 2,770 ล้านบาท โครงการร่วมทุนกับ “ซูมิโตโม ฟอเรสทรี” อีก 1 โครงการ มูลค่า 2,200 ล้านบาท ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 1,000 ล้านบาท ถือเป็นการกลับมาพัฒนาคอนโดครั้งแรกในรอบ 4 ปี  

“การพัฒนาโครงการในปีนี้ จะเน้นการเพิ่มสินค้าในกลุ่มบ้านระดับบน เพราะมีโอกาสเติบโตมาตลอดและเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปีนี้ตั้งเป้ายอดขายบ้านกลุ่มลักซ์ชัวรี่ขึ้นมาอยู่ที่ 50% ของยอดขาย หรือ ราว 5,000 ล้านบาท ทางกลุ่มธุรกิจถือเป็น 1 ใน 5 ของผู้นำตลาดบ้านลักซ์ชัวรี่  ในการเพิ่มสินค้าใหม่บ้านเดี่ยว 3 ชั้นทำเลในเมือง” 

thumbnailphoto2

สำหรับกลยุทธ์การพัฒนาบ้านลักซ์ซัวรี่  3 ชั้น ภายใต้แบรนด์ใหม่ “วาวิล่า” อีกทั้ง ยังมีการออกแบบบ้านใหม่ทั้งในโครงการระดับบนของบริษัทและโครงการร่วมทุน โดยโครงการที่จะเปิดตัวใหม่ จะมุ่งเน้นตอบ จะเพิ่มสัดส่วนโครงการบ้านเดี่ยวตอบโจทย์ระดับกลางมากขึ้น เพื่อขยายตลาดให้กว้างขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อหนาแน่น ในปีนี้ตลาดบ้านเดี่ยวระดับกลางมีแผนเปิดตัว 7 โครงการ มูลค่ารวม 10,930 ล้านบาท  ภายใต้ 2 แบรนด์หลัก คือ เพอร์เฟค เพลส และ เพอร์เฟค พาร์ค สำหรับคอนโดมิเนียมมุ่งไปทำตลาด Low-rise โครงการใหม่บนทำเลถนนพัฒนาการด้านหลังโรงพยาบาลสินแพทย์ พัฒนาการ กำหนดเปิดตัวในไตรมาส 2

ในส่วนยอดขายที่มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 50 % ของยอดขาย มาจากโครงการใน 4 โซนหลักทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของกรุงเทพ ได้แก่ กรุงเทพกรีฑา สุขุมวิท  77 ชัยพฤกษ์ และ ราชพฤกษ์  ซึ่งมีทั้งโครงการที่กำลังพัฒนาและการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งถือเป็นโซนที่มีแผนพัฒนาให้เป็นชุมชนในการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย

thumbnailCondoPattanakarnupdate


นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคสมัยใหม่ เป็นการเพิ่มมูลค่าสอดคล้องกับเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยนำเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยมาใช้ในแบบบ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งโซลาร์รูฟเพื่อใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การนำระบบสมาร์ทโฮมมาใช้เพื่อลดการสัมผัสเพื่อสุขอนามัยของผู้อยู่อาศัย รวมทั้ง การติดตั้ง EV Charger เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น