1(1)

IRPC เดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ พร้อมบริหารต้นทุน จัดการทรัพย์สิน เพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ  

1

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งจากสถานการณ์ตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ บริษัทได้เดินหน้าบริหารความเสี่ยงรอบด้าน โดยปรับกลยุทธ์ตลาด “Domestic First” เน้นเพิ่มสัดส่วนการขายในประเทศ ขยายตลาดส่งออกไปประเทศใกล้เคียง และปรับพอร์ตการส่งออกให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากภาษีและข้อจำกัดทางการค้า

IRPC มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการยกระดับธุรกิจหลักด้านปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ เช่น ที่ดินและท่าเรือ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว โดยเฉพาะด้านการผลิต บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 จากหน่วยกลั่น Ultra Clean Fuel (UCF) รองรับความต้องการพลังงานสะอาดที่สูงขึ้น สอดรับนโยบายสิ่งแวดล้อม และเสริมความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจปิโตรเคมี บริษัทยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เม็ดพลาสติก โพลิโพรพิลีน (PP) ปราศจากสารทาเลต ภายใต้แบรนด์ “POLIMAXX” เจาะตลาดอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เครื่องมือแพทย์ และสิ่งทอเพื่อสุขอนามัย พร้อมทั้งต่อยอดด้วยการผลิต UHMWPE (Ultra-High Molecular Weight Polyethylene) ที่มีความแข็งแรงและทนทาน ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เติบโตต่อเนื่อง

นอกจากนี้ IRPC ยังวางแผนใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเชิงกลยุทธ์อย่างที่ดินและท่าเรือน้ำลึก เพื่อสร้างรายได้มั่นคง สนับสนุนการเติบโตระยะยาว ขณะเดียวกันยังเน้นการบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ สร้างภูมิคุ้มกันธุรกิจต่อความผันผวนด้านเศรษฐกิจ การเมือง และพลังงาน ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากการขายสุทธิ 56,802 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อน ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตตามราคาตลาด (Market GIM) อยู่ที่ 5,219 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากไตรมาสแรก แต่เมื่อรวมผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน 2,503 ล้านบาท และผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง และมีกำไรขั้นต้นทางบัญชี (Accounting GIM) เหลือ 3,200 ล้านบาท ลดลง 29% ส่งผลให้ EBITDA อยู่ที่ 223 ล้านบาท ลดลงถึง 86% และมียอดขาดทุนสุทธิ 2,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรก 77%

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/2568 ด้านน้ำมันดิบ: ความต้องการยังได้แรงหนุนตามฤดูกาลจากการท่องเที่ยวและการผลิตไฟฟ้าในหลายภูมิภาค แต่ยังมีปัจจัยกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และการเพิ่มกำลังผลิตของโอเปกพลัส ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง

ด้านปิโตรเคมี: ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังผลิตใหม่ โดยเฉพาะจากจีน และผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมัน และได้รับแรงหนุนบางส่วนจากฤดูการผลิตของอุตสาหกรรม

พร้อมกันนี้ IRPC ยังสานต่อบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม โดยร่วมกับกลุ่ม ปตท. สนับสนุนน้ำดื่มแก่ผู้ประสบเหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตอกย้ำความตั้งใจในการยืนเคียงข้างสังคมและชุมชนในยามวิกฤต